เล่าเคส การดูแลเคส อารมณ์ค้าง ลงยาก ให้สงบ
- 4 days ago
- 1 min read

สวัสดีค่ะ หัวข้อที่จะโพสต์นี้ ท้าทาย เนื้อหาค่อนข้างเยอะ
แต่จะเป็นประโยชน์สำหรับพ่อแม่ที่ลูกมีอาการแบบนี้ค่ะ
------------------------
EP1
เคสนี้การส่งเสริมพัฒนาการ วันที่มาได้เน้นการปรับพฤติกรรมและแก้ไข เพื่อให้เด็กควบคุมอารมณ์ได้ เข้าใจต่อสถานการณ์ที่คับข้องใจ และเพื่อให้เด็กสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อต้องกลับเข้าไปโรงเรียนและทำกิจกรรมร่วมกับครูแต่ละวันซ้ำอีกครั้ง
ปัจจุบัน น้องเริ่มรู้เรื่องมากขึ้น เข้าใจภาษามากขึ้น และเริ่มปฏิเสธเป็น และสิ่งที่ตามมาคือ… เด็กจะเริ่มมีการพูดบอกว่า
“ไม่เอา”
“ไม่ทำ”
“กลับบ้าน”
“หาป้า” อย่างชัดเจน แต่ไม่ได้แปลว่าเด็กแย่ลง การที่เด็กแสดงออกแบบนี้เป็นช่วงสำคัญมากของพัฒนาการ แปลว่าเด็กเริ่ม เข้าใจสถานการณ์ เข้าใจสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ และเริ่มใช้พฤติกรรมเพื่อเอาตัวรอด
น้องเริ่มทดลองเรียน ไปโรงเรียนจริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถเข้าไปเรียนได้ทันที หรือปรับตัวได้ทันที เพราะอย่างที่เคยพูด ว่า กติกาโรงเรียนนั้นมีหลายคำสั่งและการปรับตัวก็ไม่ได้รวดเร็วทันที
หลังจากทดลองเรียนมา อาจจะมีพฤติกรรมต่างๆ ที่เปลี่ยนไป ความเข้าใจใหม่ๆที่เปลี่ยน การเรียนรู้การเข้าใจคำสั่งจากโลกภายนอกที่มากขึ้น ดังนั้นเมื่อกลับมาเจอกันเราจะเช็คพฤติกรรมอีกครั้ง ว่าประเด็นไหนที่ต้องแก้ไขหรือพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้น
-----------
วันนี้พฤติกรรมที่แสดงออกเห็นชัดมากว่า น้องงอแงมาจากข้างนอกขณะเดินมา เพราะอาจต้องการอะไรแล้วยังสื่อสารได้ไม่ดี บอกความต้องการได้ไม่ชัดเจน พยายามพูดแต่นึกคำไม่ออกขณะนั้น หรืออารมณ์หงุดหงิดที่มากกว่า พอมีอารมณ์หงุดหงิดไปแล้วทำให้หยุดตัวเองไม่ได้ควบคุมไม่ได้ จึงร้องงอแงแทน
-----------
เรามองว่า ถ้าเด็กยังควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
ทุกครั้งที่ขัดใจ เด็กจะเลือกใช้
-ร้องไห้
-โวยวาย
-ต่อต้าน หลีกหนีออกจากสถานการณ์ เช่น หันหน้าหนี กลับไปพูดคนเดียว ร้องเพลงคนเดียว เล่นมือลำพัง หรือ
-ร้องไห้เสียงดังๆ เพื่อเรียกหาคนที่เคยโอ๋ เคยช่วย เคยตามใจ และถ้าผู้ใหญ่รอบตัว “รับบทช่วยทันที” ทุกครั้ง
เด็กจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่า “ถ้าร้องแรงพอ เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยพาออกจากสิ่งที่ไม่อยากทำ” กลัวว่าพฤติกรรมนี้อาจจะติดเป็นนิสัย
ดังนั้นสิ่งที่ครูภู่ทำ คือ “พยายามช่วยให้เด็กอยู่กับความคับข้องใจ” อย่างปลอดภัย แม้มีอารมณ์ลงยากมาก จากที่ร้องสั้นๆ งอแงไม่นานแล้วกลับมาทำงานได้ ทำกิจกรรมตามได้ วันนี้ปล่อยให้ calm downเองอยู่ประมาณ 15 นาที ไม่ค่อยได้ผลอารมณ์มีลงบ้างนิดเดียว ไม่สงบจริง ขึ้น ๆ ลง ๆ
เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา กระสับกระส่าย ทำร้ายของ ตีผนัง ถีบผนัง ไม่สามารถจัดการตัวเองได้
ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ได้เข้าไปโอ๋ แต่ใช้การถาม ว่าจะเอาอะไร ด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนช้าๆ เพื่อให้เขาได้ยินและหยุดฟังได้ แทรกจังหวะที่น้องหยุดร้องไห้โวยวาย เพื่อ เพิ่มให้เด็กได้เรียนรู้ว่า “ถึงจะไม่พอใจ ก็ยังต้องกลับมาคุมตัวเอง โดยใช้ "น้ำเสียง" และกรอบของกิจกรรม ค่อย ๆ พาน้องกลับมา
จนสุดท้ายสามารถ
✅ สงบลง
✅ กลับมาทำกิจกรรมได้
✅ และทำจนสำเร็จครบชั่วโมง
สิ่งที่เรากำลังสอน ไม่ใช่แค่ “ให้น้องหยุดร้อง”
แต่เรากำลังสอนเรื่องที่สำคัญมากกว่า คือ
“การควบคุมอารมณ์” ให้เด็กค่อย ๆ เรียนรู้ว่า เวลาขัดใจ ไม่ได้แปลว่าต้องระเบิดทันที “การจัดการตัวเอง” ค่อย ๆ กลับมาคุมตัวเองให้ได้ “การอยู่ในกติกา” เพราะในชีวิตจริง โดยเฉพาะเมื่อเข้าโรงเรียน ไม่ได้เจอแต่สิ่งที่ชอบทั้งหมด
เด็กต้องเรียนรู้ว่า อยู่ในห้องได้ อยู่กับกลุ่มได้
ทำกิจกรรมตามครูได้ คุมสมาธิและความสนใจตัวเองได้
และจบกิจกรรมได้โดยไม่โวยวาย ไม่ร้องไห้ ไม่พัง
พอเด็ก “เริ่มรู้เรื่อง”
ปัญหามักไม่ได้หายไปเอง แต่จะ “เปลี่ยนรูปแบบ”
หลายคนคิดว่า พอเด็กเริ่มฟังรู้เรื่อง เริ่มตอบได้ เริ่มพูดปฏิเสธได้ ทุกอย่างจะง่ายขึ้น แต่ความจริงคือ…
เด็กที่เริ่มรู้เรื่องมากขึ้น จะเริ่ม “ต่อรอง” เก่งขึ้นด้วย
เช่น
-ใช้คำพูดปฏิเสธ
-ใช้อารมณ์กดดันคนรอบตัว
-ใช้การร้องไห้เพื่อให้หลุดจากสิ่งที่ไม่อยากทำ
-เรียกหาคนที่เคยช่วยพาออกจากสถานการณ์
ดังนั้นเป็นช่วงสำคัญมาก
เพราะถ้าผู้ใหญ่ ไม่วางกรอบให้ถูก เด็กจะเรียนรู้ว่า
“ฉันไม่จำเป็นต้องคุมตัวเอง แค่ทำให้ผู้ใหญ่ยอมก็พอ”
บ้านครูภู่จึงไม่ได้ช่วยแค่ “ให้เด็กพูดได้”
แต่ให้เด็ก “อยู่กับโลกจริงได้” ค่ะ
เพราะสุดท้ายแล้ว
นอกจากเด็กสื่อสารได้แล้ว ควรต้อง คุมอารมณ์ได้ อยู่ในกติกา รับคำสั่ง และ อยู่ในกลุ่มได้
ติดตามต่อ EP 2 ผลลัพธ์ที่ได้นะคะ
---------------------------------
📞 ช่องทางติดต่อ /สอบถาม/ประเมิน/จองคิว /ประเมินค้นหาปัญหา /ส่งเสริมพัฒนาการ
📱 โทร: 093-555-2649
💬 LINE: @baankhuphu
📍 บ้านครูภู่ (ส่งเสริมพัฒนาการเด็กพิเศษ)
#บ้านครูภู่
#เด็กพิเศษ
#ออทิสติก
#สมาธิสั้น
#พัฒนาการเด็ก




Comments