top of page
Search

เบี่ยงเบนความสนใจทุกครั้ง แล้วลูกจะเรียนรู้คำว่า "ไม่ได้"จากตรงไหน

  • Jun 9
  • 1 min read

🚨มาค่ะแม่แม่ ใครมีปัญหานี้ลองอ่านดูค่ะ

เพื่อเป็นแนวทางและทิศทางในการดูแลลูกได้อย่างถูกต้องในเคสที่ก้าวร้าว เอาแต่ใจไม่ฟังต่อรองต่อต้าน

ควบคุมตัวเองไม่ได้


-----

📌ลูกเป็นสมาธิสั้น(เคสสมมุติ)

กินยาแล้วไปโรงเรียนร่วมได้

พ่อแม่หลายคนก็เริ่มใจชื้น


“คงไม่หนักมากมั้ง”

“ก็กินยาแล้วนี่นา”

“ยังเรียนกับเพื่อนได้ ก็คงไม่น่ากังวลอะไร”


แต่สิ่งที่บ้านครูภู่เห็นบ่อยมากคือ…


เด็กหลายคนไม่ได้ติดอยู่ที่ “สมาธิ” อย่างเดียว

แต่ติดอยู่ที่

อารมณ์ผิดหวังไม่ได้

โกรธแล้วหยุดตัวเองไม่ได้

ไม่ได้ดั่งใจแล้วใช้เสียง ใช้แรง ใช้พฤติกรรมแทนคำพูด


และสิ่งที่ผู้ใหญ่จำนวนมากเลือกทำคือ


เบี่ยงเบน


ลูกอยากได้ของเล่นในเซเว่น

แม่บอก “ไปดูอันนั้นดีกว่า”

พ่อบอก “ไปสนามเด็กเล่นไหม”

เด็กยังร้อง ยังโกรธ ยังดิ้น

แต่ผู้ใหญ่รีบพาออกจากจุดนั้น

เพื่อให้เรื่องจบเร็วที่สุด


คำว่า “เบี่ยงเบน” ฟังดูสวยค่ะ

แต่บางครั้งถ้าใช้ผิด

มันก็ไม่ต่างจากการ “หลอกเด็กออกจากบทเรียนชีวิต”


หลอกให้ลืม

หลอกให้เปลี่ยนเรื่อง

หลอกให้ไม่ต้องอยู่กับความรู้สึกผิดหวัง

หลอกให้ไม่ต้องฟังเหตุผลว่า

“วันนี้ซื้อไม่ได้ เพราะอะไร”


แล้วเราคาดหวังว่าเด็กจะโตไปอยู่ในสังคมได้อย่างไร

ถ้าเขาไม่เคยได้เรียนรู้ว่า


ไม่ได้ของที่อยากได้ ก็ต้องอยู่ให้ได้

โกรธได้ แต่ทำร้ายคนอื่นไม่ได้

ไม่พอใจได้ แต่ปาของไม่ได้

เสียใจได้ แต่ต้องค่อย ๆ ใช้คำพูดแทนอารมณ์


บางคนกลัวว่า

ถ้าให้เด็กเผชิญความโกรธ

เด็กจะยิ่งโกรธ

เด็กจะยิ่งจำ

เด็กจะยิ่งรุนแรง


แต่คำถามคือ…


ถ้าเราไม่เคยสอนให้เด็กเจอความโกรธอย่างปลอดภัย

แล้ววันหนึ่งเขาไปเจอความโกรธจริง ๆ ที่โรงเรียน

เขาจะหยุดตัวเองได้จากตรงไหน


เพื่อนแย่งของ

ครูให้ทำงานที่ไม่อยากทำ

ทำไม่ได้แล้วหงุดหงิด

โดนปฏิเสธ

โดนบอกให้รอ

โดนบอกว่า “ยังไม่ได้”


ถ้าเด็กไม่เคยผ่านบทเรียนพวกนี้กับพ่อแม่

ในพื้นที่ที่มีคนรักเขาประคองอยู่

เขาจะไปผ่านบทเรียนนี้ลำพังในห้องเรียนได้จริงหรือ


การส่งเสริมพัฒนาการไม่ได้แปลว่า

ทำให้เด็กไม่ร้องไห้เลย

ไม่โกรธเลย

ไม่ผิดหวังเลย

ไม่เจออะไรที่ขัดใจเลย


แต่คือการค่อย ๆ พาเด็กเรียนรู้ว่า


ร้องไห้ได้ แต่ต้องค่อย ๆ หยุด

โกรธได้ แต่ต้องไม่ทำร้ายใคร

ไม่อยากทำได้ แต่ต้องรับผิดชอบ

ทำพังแล้ว ต้องเรียนรู้ผลของสิ่งที่ตัวเองทำ

อยากได้ ต้องบอก

ไม่ได้ ต้องรอ

เสียใจ ต้องค่อย ๆ กลับมาใช้คำพูด


เพราะชีวิตจริงไม่มีใครเบี่ยงเบนให้ลูกได้ตลอดเวลา


ที่โรงเรียน

ครูมีเด็กอีกหลายคน


ในสังคม

เพื่อนไม่ได้ตามใจลูกเราเสมอ


ในโลกจริง

ไม่มีใครมีหน้าที่พาลูกหนีจากความผิดหวังทุกครั้ง


ถ้าเราบอกว่าอยากให้ลูกเรียนร่วม

อยากให้ลูกใกล้เคียงเด็กทั่วไป

อยากให้ลูกใช้ชีวิตกับคนอื่นได้


สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่กินยาแล้วนั่งนิ่งขึ้น

ไม่ใช่แค่ไม่รบกวนห้องเรียนชั่วคราว

ไม่ใช่แค่ทำให้วันนี้ผ่านไปแบบไม่มีเสียงร้อง


แต่คือเด็กต้องเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองได้จริง


ต้องเริ่มหยุดได้

ฟังเหตุผลได้

รับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำได้

ใช้คำพูดแทนการโวยวายได้

และอยู่กับคำว่า “ไม่ได้” โดยไม่พังทั้งตัว


บ้านครูภู่ไม่ได้สอนให้เด็กเจ็บปวดลำพัง

แต่เราไม่หลอกเด็กหนีจากบทเรียนสำคัญของชีวิต


เราอยู่ข้างเด็ก

แต่ไม่ได้ตามใจทุกอารมณ์ของเด็ก


เราเข้าใจเด็ก

แต่ไม่ได้ปล่อยให้เด็กทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนอื่น หรือทำลายของ


เราไม่รีบตัดจบทุกครั้งที่เด็กโกรธ

เพราะบางครั้ง “ช่วงที่เด็กโกรธ”

คือช่วงที่เด็กกำลังต้องการผู้ใหญ่ที่มั่นคงที่สุด

เพื่อสอนเขาว่า


หนูโกรธได้

แต่หนูต้องไม่ทำร้ายใคร

หนูผิดหวังได้

แต่หนูต้องค่อย ๆ หยุด

หนูไม่อยากทำได้

แต่หนูต้องเรียนรู้ความรับผิดชอบ


ถ้าเราอยากให้ลูกออกไปอยู่ในโลกจริง

เราต้องค่อย ๆ พาลูกเรียนรู้โลกจริงตั้งแต่วันนี้


ไม่ใช่เบี่ยงเบนทุกอย่าง

จนลูกไม่เคยได้เรียนรู้ว่า

ชีวิตจริงไม่ได้ตามใจเราเสมอไป


-----

บ้านครูภู่

ส่งเสริมพัฒนาการเด็กพิเศษ

เริ่มจากการเข้าใจอารมณ์ของเด็ก

และพาเด็กค่อย ๆ กลับมาควบคุมตัวเอง สื่อสาร และอยู่กับคนอื่นได้จริง


ติดต่อสอบถาม

โทร: 093-55-52649

LINE: @baankhuphu


#บ้านครูภู่

#เด็กสมาธิสั้น

#เด็กอารมณ์รุนแรง

#เด็กคุมอารมณ์ยาก

#ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

#พัฒนาการเด็กพิเศษ

#สอนพ่อแม่เข้าใจลูก

 
 
 

Comments


bottom of page