เล่าเคส ! เด็ก 6 ขวบ กับ 8 เดือนที่เปลี่ยนแปลง
- 1 day ago
- 1 min read

เล่าเคส !
เด็ก 6 ขวบ จาก 8 เดือนที่เปลี่ยนแปลง
วันนั้น...
จากวันที่โรงเรียนบอกว่า “พาน้องไปแก้ปัญหาก่อน”
สู่วันที่พ่อแม่มั่นใจว่า “ปีหน้าลูกจะเข้าโรงเรียนได้”
เด็กคนหนึ่งเคยมีพฤติกรรมแบบนี้
ไม่พูด
เหม่อลอย
ไม่มองหน้า ไม่สบตา
เรียกไม่หัน
เล่นคนเดียว
ร้องเพลงตลอดเวลา
บางครั้งวิ่งไปมา
เล่นมือ สะบัดมือ เขย่งเท้า
ออกเสียงคำซ้ำ ๆ เดินวนๆ ทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่ไม่มีความหมาย
เมื่อถูกขัดใจ น้องจะโมโห โวยวาย บางครั้งมีการทำร้ายตัวเอง หรือทำร้ายผู้อื่น
พ่อแม่พยายามทุกอย่าง
พาไปหลายที่
ลองหลายวิธี
แต่ก็ยังไม่รู้ว่า
ลูกจะดีขึ้นได้แค่ไหน
วันที่เหมือน “ฟ้าผ่ากลางใจ”
น้องเคยได้เข้าไปเรียนที่โรงเรียนแล้ว แต่ด้วยพฤติกรรมหลายอย่าง ทำให้โรงเรียนกังวล...
สุดท้ายโรงเรียนจึงบอกกับคุณพ่อคุณแม่ว่า
“อยากให้พาน้องไปแก้ปัญหาก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่”
คำพูดสั้น ๆ นั้น กลับเหมือน ฟ้าผ่าลงกลางใจของพ่อแม่
เพราะความกังวลที่มีอยู่แล้ว ยิ่งหนักขึ้นกว่าเดิม
พ่อแม่เริ่มคิดว่า ลูกอาจจะเรียนร่วมกับเด็กทั่วไปไม่ได้
ลูกอาจจะไปได้แค่นี้ แม้โรงเรียนจะบอกว่า ให้แก้ไขก่อนแล้วค่อยกลับมา
แต่ในใจของพ่อแม่ก็ยังไม่แน่ใจเลยว่า วันหนึ่งลูกจะมีโอกาสเรียนกับเด็กคนอื่นได้จริงหรือไม่ เส้นทางข้างหน้าดูมืดมน
และเหมือนประตูหลายบานในชีวิตกำลังค่อย ๆ ปิดลง
แต่คุณแม่ตัดสินใจว่า
“ขอพยายามอีกครั้ง”
และการตัดสินใจครั้งนั้น
ทำให้ครอบครัวนี้ได้มาพบกับ "บ้านครูภู่"
ซึ่งบ้านครูภู่ ต้องบอกตรง ๆ ว่า พวกเรารู้สึก ปราบปลื้มและยินดีอย่างมาก ที่ครอบครัวให้โอกาส บ้านครูภู่ได้พิสูจน์และช่วยเหลือเด็กคนนี้
เพราะทุกครั้งที่พ่อแม่ยังไม่ยอมแพ้ นั่นคือโอกาสที่เด็กคนหนึ่ง
จะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
8 เดือนที่พยายามใหม่
การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เกิดจาก..
ความเข้าใจ
ความสม่ำเสมอ
และความร่วมมือของครอบครัว
ผ่านไป 8 เดือน
เด็กคนเดิมเริ่มเปลี่ยนไป
-เริ่ม พูดตามได้ 1 คำ 2 คำ 3 คำ
-บางคำเริ่มสามารถ พูดเองเมื่ออยากได้
-เริ่ม ฟังคำสั่งและทำตามคำสั่งได้
-เริ่ม จำคนในบ้านได้
-เริ่ม เล่นกับพี่กับเพื่อนได้
-การออกเสียง เริ่ม ชัดเจนมากขึ้น
-สิ่งสำคัญที่สุด เด็กเริ่มมี อารมณ์ร่วมกับคนรอบตัว ดีใจหัวเราะ ยิ้ม เมื่อถูกขัดใจ ก็เสียใจ ร้องไห้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็ก
-น้องเริ่ม บอกความต้องการของตัวเอง ด้วยการชี้บอก หรือพยายามพูดบอก และเริ่ม เข้าใจความหมายของคำต่าง ๆ มากขึ้น
สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุด
ไม่ใช่แค่พัฒนาการของเด็ก แต่คือ หัวใจของพ่อแม่
ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่พ่อแม่คิดอยู่เสมอคือ
ลูกจะเข้าโรงเรียนที่ไหน ลูกจะเรียนร่วมกับเด็กคนอื่นได้หรือไม่ ความกังวลนี้ อยู่กับครอบครัวมาตลอด กลัวว่าโรงเรียนจะไม่รับ กลัวว่าเข้าไปแล้วจะถูกเชิญออก
แต่วันนี้
ความรู้สึกนั้นเริ่มเปลี่ยนไป พ่อแม่เริ่มพูดด้วยความมั่นใจว่า
“ปีหน้าลูกน่าจะเข้าโรงเรียนได้” จากวันที่ไม่กล้าคิดถึงเรื่องโรงเรียน วันนี้พ่อแม่ กล้าที่จะพาลูกไปประเมินโรงเรียนต่าง ๆ
ตามศักยภาพที่ลูกเริ่มทำได้จริง
จากวันที่มืดมน ไม่รู้ว่าที่ไหนจะรับลูก
วันนี้กลับมี ความหวังใหม่ ความมั่นใจใหม่ กำลังใจใหม่
เกิดขึ้นในครอบครัวนี้อีกครั้ง เพราะวันนี้พ่อแม่เห็นแล้วว่า
ลูกกำลัง กลับมาเชื่อมต่อกับโลกจริง กำลัง สื่อสารกับคนรอบตัว และกำลังมีชีวิต เหมือนเด็กทั่วไปมากขึ้นทุกวัน
ซึ่งทำให้การเลี้ยงดู ง่ายขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น
และอนาคตของลูก เริ่มมีแสงสว่างขึ้นอีกครั้ง
เหนือสิ่งอื่นใดการที่พ่อแม่กลับมามั่นใจและมีความสุขในพัฒนาการของลูกที่เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นสิ่งที่ทำให้พ่อแม่รู้สึกหายเหนื่อยกับความพยายามแต่ละวันที่ทำ
**บ้านครูภู่ยินดีต้อนรับทุกครอบครัว**
ที่ลูกมีปัญหาพัฒนาการ
*พูดช้า
*ไม่พูด ร้องเพลงตลอดเวลา
*ออทิสติก
*สมาธิสั้น
*เรียนรู้ช้า
*กลุ่มเด็กพิเศษ
*หรือเด็กทั่วไปที่ต้องการคำแนะนำในการดูแลแก้ไขพัฒนาการแต่ละช่วงวัย
ติดต่อ/สอบถาม/ปรึกษา/จองคิว
line OA : @baankhuphu
โทร0935552649
แล้วพบกันค่ะ
และข่าวดีบ้านครูภู่ยังทำคอร์สออนไลน์ สำหรับพ่อพ่อแม่แม่ที่อยู่ห่างไกล ผู้ดูแลเด็กหรือผู้สนใจที่มีเด็กในความดูแลต้องการแก้ไขปัญหาเด็กไม่พูดพูดช้าร้องเพลงทั้งวัน
คอร์สออนไลน์
“เด็กไม่พูด ร้องเพลงทั้งวัน เล่นคนเดียว แก้อย่างไร”
สำหรับพ่อแม่ที่กำลังเจอปัญหา
เด็กไม่พูด
เรียกไม่หัน
เล่นคนเดียว
ร้องเพลงทั้งวัน
พูดคำซ้ำ ๆ
ติดจอ
คอร์สนี้จะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจว่า
ทำไมเด็กถึงเหม่อ
ทำไมเด็กถึงร้องเพลงทั้งวัน
ทำไมเรียกไม่หัน
และจะช่วยลูกกลับมาฟัง เข้าใจ และเริ่มสื่อสารได้อย่างไร
📞 ติดต่อสอบถาม
LINE : บ้านครูภู่ @baankhuphu
โทร : 0935552649
#บ้านครูภู่
#เด็กไม่พูด
#เรียกไม่หัน
#ร้องเพลงทั้งวัน
#ออทิสติกเทียม
#พัฒนาการเด็ก
#เตรียมลูกเข้าโรงเรียน
#คอร์สเด็กไม่พูดฃ




Comments