“รอ” อุ๊ย…เหมือนจะง่าย แต่จริง ๆ แล้ว เด็กอาจเข้าใจ "ยาก" มากค่ะ
📣วันนี้บ้านครูภู่จะมาพูดเรื่อง "รอ"กันค่ะ
มารู้จักคำว่า "รอ" กัน
⏳ “รอ” อุ๊ย…เหมือนจะง่าย
แต่จริง ๆ แล้ว เด็กอาจเข้าใจ "ยาก" มากค่ะ
เราจะสังเกตได้อย่างไรว่า ลูกเข้าใจหรือยัง หรือยังไม่เข้าใจคำว่า “รอ”?
เมื่อเด็กเห็นสิ่งที่ต้องการ เขาชี้บอก เพื่อแสดงออกว่าอยากได้อันนั้น อยากได้อันนี้ แต่พอเราพูดว่า “รอก่อนนะ” แล้วให้เด็กนั่ง รอ แต่เด็กกลับนั่งไม่ได้ พยายามชี้บอกซ้ำ ๆ ว่าตัวเองต้องการอะไร และ ก็มองว่า ก็ชี้บอกแล้วไง! ทำไมยังไม่ได้ ?
ในมุมของเด็กอาจมองตรงๆ แค่…
💬 “หนูชี้บอกแล้วนี่ ทำไมยังไม่ได้?”
หรือบางครั้งเด็กยอมนั่ง กอดอกตามที่ผู้ใหญ่บอก แต่พอไม่ได้ของทันที ก็ลุกขึ้นมาเรียกร้องอีก ว่าทำไมไม่ได้
เพราะ
💬 “หนูนั่งแล้ว กอดอกแล้ว ทำไมยังไม่ได้อีก?”
เพราะเด็กอาจเข้าใจเพียงว่า " ต้องชี้ ต้องนั่ง ต้องกอดอก แล้วจะได้ของ "
แต่จริงๆ แล้วเด็กยังไม่เข้าใจว่า “รอ” หมายถึงยังไม่ได้ตอนนี้ และจะได้เมื่อถึงเวลาหรือเงื่อนไขที่ตกลงกัน !
ผู้ใหญ่อาจหวังให้รอ 5 นาที หรือ 10 นาที แต่เด็กยังไม่รู้เลยว่า เวลา 5 นาที 10 นาที ต้องรอแบบไหน รออย่างไร และเมื่อไรการรอนั้นจะจบ
🧩 เห็นไหมคะว่า สองอย่างนี้ยังไม่ไปด้วยกัน
//--------------------------------------------------//
เราจะเห็นว่า เด็กสื่อสารความต้องการได้แล้ว และนี่คือ สิ่งที่ต้องไปต่อ ....คือ เข้าใจ การ รอ
คนสอนอาจดีใจที่เห็นเด็กชี้บอกได้ แสดงความต้องการได้ ซึ่งเป็นพัฒนาการที่น่าดีใจค่ะ
แต่ภายใต้การชี้บอกนั้น เราได้สังเกตต่อหรือยังว่า ลูกเข้าใจคำว่า “รอ” แล้วหรือยัง?
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นวงจรเดิมทุกครั้ง…
🔸 ชี้บอกแล้ว
🔸 นั่งแล้ว กอดอกแล้ว
🔸 ยังไม่ได้ของ
🔸 เรียกร้องมากขึ้น
🔸 สุดท้ายอาละวาด และกิจกรรมไปต่อไม่ได้
แล้วจบลงที่ผู้ใหญ่ต้องจับตัวเด็กให้นั่งอยู่กับที่
ถ้ายังต้องจับตัวไว้เพื่อไม่ให้ไปเอาของ ก็ยังไม่ใช่หลักฐานว่าเด็กเข้าใจและรอได้ด้วยตัวเองค่ะ
เราอาจทำให้เด็กอยู่ตรงนั้นได้ แต่เป้าหมายเรื่องการรอคอยยังไม่สำเร็จ
🌱 การรอที่เราอยากเห็น คือเด็กรู้ว่าตอนนี้ยังไม่ได้ แต่มีจุดสิ้นสุดที่เข้าใจได้
เมื่อบอกว่า “รอ” พร้อมเงื่อนไขที่เด็กเข้าใจ เด็กสามารถหยุดการเอาของก่อน และรอจนถึงจังหวะที่ผู้ใหญ่ส่งให้ โดยไม่ต้องคอยจับตัวไว้
ไม่ใช่พาไปซื้อของแล้วบอกให้นั่ง แต่เด็กผุดลุกผุดนั่ง วิ่งกลับไปเอาของซ้ำ ๆ จนเราต้องจับไว้ แล้วสรุปว่า “ลูกนั่งรอได้แล้ว”
อย่างไรก็ตาม การลุกหรือขยับตัวไม่ได้แปลว่าไม่เข้าใจเสมอไปนะคะ ต้องดูด้วยว่าเด็กรู้อะไรว่ากำลังรอ และยังทำตามข้อตกลงได้หรือไม่ การรอไม่จำเป็นต้องนั่งกอดอกหรือจ้องของตลอดเวลาค่ะ
🤝 การส่งเสริมพัฒนาการเรื่องการรอ จึงต้องทำให้คำว่า “รอ” มีความหมายชัดเจน
เริ่มจากช่วงสั้น ๆ ที่ลูกทำสำเร็จได้ เช่น
“รอแม่ตักเสร็จ แล้วถึงตาหนู”
หรือ “รอเสียงนาฬิกาดัง แล้วแม่ให้”
เมื่อถึงเงื่อนไขนั้น ผู้ใหญ่ต้องทำตามที่บอก เพื่อให้เด็กค่อย ๆ เชื่อมโยงว่า การรอมีจุดจบ และคำบอกของผู้ใหญ่เชื่อถือได้ จากนั้นจึงค่อยเพิ่มระยะเวลาตามความพร้อมของลูก
หากลูกยังรอไม่ได้ ต้องดูทั้งความเข้าใจภาษา ระยะเวลาที่ให้รอ ความหิว ความเหนื่อย และความสามารถในการรับมือกับความขัดใจ ไม่รีบสรุปว่าเด็กดื้อเพียงอย่างเดียวค่ะ
❤️ ชี้บอกได้ เป็นพัฒนาการด้านหนึ่ง
เข้าใจและรอคอยได้ เป็นอีกด้านที่ต้องส่งเสริมต่อ
อย่าหยุดเพียงเห็นว่าลูกบอกความต้องการเป็น แต่ต้องช่วยให้ลูกเข้าใจด้วยว่า เมื่อบอกแล้ว บางครั้งอาจยังไม่ได้ทันที และเขาจะรออย่างไรได้บ้าง
แต่ ... เดี๋ยวก่อนค่ะ ก่อนจะเข้าใจ คำว่า รอ.... นั่นละคะ นอกเหนือจากคำว่ารอ คือ ...ต้อง ฟัง ได้
📌ใช่เลย หัวใจสำคัญของอีกอย่าง คือ การฟัง และ ฟังได้ ฟังเป็นค่ะ เพราะนั่นคือ สิ่งที่ตะต่อนอดความเข้าใจภาษา เพื่อนำมาใช้ต่อยอดได้🤫
🏡 บ้านครูภู่
ส่งเสริมพัฒนาการ โดยมีเป้าหมายต่อยอดสู่ชีวิตจริง
พาเด็กๆมาเรียนรู้การรอและการฟังอย่างเข้าใจกันนะคะ
แล้วพบกันค่ะ
💬 LINE Official: @baankhuphu
📞 093-555-2649




Comments